จากสภาพอากาศในจังหวัดพะเยาที่มีฝนตกต่อเนื่องหลายวัน ทำให้ฝูงอึ่งเผ้า หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าอึ่งเค่า พากันโผล่ออกจากรูเพื่อจับคู่ผสมพันธุ์และวางไข่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วพื้นที่. ช่วงเวลาแบบนี้ถือเป็นฤดูออกหากินของชาวบ้านที่ต่างออกจับอึ่งเผ้าเพื่อนำไปประกอบอาหารและขายสร้างรายได้เสริมในรอบปี.
ฤดูออกหาอึ่งเผ้า รายได้ดีปีละครั้ง
ในหลายหมู่บ้านของอำเภอเมืองพะเยา ทั้งตำบลท่าวังทอง ตำบลต๊ำ และตำบลต๋อม ชาวบ้านมักออกหาอึ่งเผ้าในช่วงเวลากลางคืนตามแนวป่าและแหล่งน้ำท้ายหมู่บ้าน. บางคืนสามารถจับอึ่งเผ้าได้คนละหลายกระสอบ กลายเป็นรายได้ก้อนสำคัญในช่วงฝนแรกของทุกปี.
โดยเฉพาะอึ่งเผ้าตัวเมียที่มีไข่อยู่ในท้อง จะมีราคาสูงถึงตัวละราว 50 บาท ขณะที่ตัวผู้ขายกันประมาณ 20–30 บาทต่อหนึ่งตัว. หากขายแบบชั่งกิโลกรัม ราคาสูงได้ถึงกิโลกรัมละ 600–700 บาท เพราะถือเป็นอาหารพื้นบ้านยอดนิยมที่มีให้ลิ้มรสเพียงปีละครั้งเท่านั้น ทำให้ฤดูอึ่งเผ้ากลายเป็นช่วงเวลาที่หลายครอบครัวรอคอย.
พบอึ่งเผ้าลายเสืออึ่งเผือกหนึ่งในล้านพะเยา
ท่ามกลางการออกจับอึ่งเผ้าในปีนี้ ชาวบ้านกลับพบเรื่องไม่คาดคิดเมื่อมีผู้จับได้ “อึ่งเผ้าลายเสือ” และ “อึ่งเผือก” ซึ่งเป็นลักษณะหายากอย่างยิ่ง. ลวดลายบนตัวของอึ่งเผ้าลายเสือมีสีสันและลายคล้ายหนังเสือ ต่างจากอึ่งเผ้าทั่วไปที่มักมีสีเทาหรือสีน้ำตาลเรียบ ๆ. ส่วนอึ่งเผือกมีสีซีดอ่อนทั้งตัว ยิ่งทำให้ผู้พบเห็นเชื่อว่าทั้งสองตัวเป็นอึ่งเผ้าลายเสืออึ่งเผือกหนึ่งในล้านชาวบ้านพะเยาแห่ส่องเลขเด็ดอย่างตื่นเต้น.
ข่าวการพบอึ่งเผ้าลายพิเศษแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงต่างพากันเดินทางมาดูด้วยตาตัวเอง. บางคนบอกว่าเกิดมาเพิ่งเคยเห็นอึ่งเผ้ารูปร่างและสีสันแบบนี้เป็นครั้งแรก ทำให้บรรยากาศในหมู่บ้านเต็มไปด้วยความฮือฮาและความเชื่อเรื่องโชคลาภ.
ชาวบ้านเชื่อเป็นสัตว์มงคล แห่ส่องเลขเด็ด
เมื่อเห็นลายบนตัวอึ่งเผ้าลายเสือ หลายคนอดไม่ได้ที่จะเพ่งมองลวดลายและจุดต่าง ๆ เพื่อจินตนาการเป็นตัวเลขตามความเชื่อ. บางรายถึงขั้นถ่ายภาพเก็บไว้ นำไปขยายดูซ้ำเพื่อส่องเลขเด็ด ก่อนจะนำตัวเลขที่ได้ไปใช้เสี่ยงโชคในงวดถัดไป.
สำหรับอึ่งเผือก ชาวบ้านบางคนเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีและความบริสุทธิ์. การพบอึ่งเผ้าลายเสืออึ่งเผือกหนึ่งในล้านชาวบ้านพะเยาแห่ส่องเลขเด็ดจึงไม่ใช่แค่เรื่องแปลกตา แต่ยังกลายเป็นเรื่องราวศรัทธาและความหวังว่าจะมีโชคมีลาภในช่วงฝนแรกของปี.
ตัดสินใจปล่อยคืนธรรมชาติ เชื่อช่วยสืบพันธุ์ต่อ
แม้จะเชื่อว่าทั้งอึ่งเผ้าลายเสือและอึ่งเผือกเป็นสัตว์มงคลนำโชค แต่ชาวบ้านผู้จับได้ต่างเห็นพ้องกันว่าไม่ควรนำมาประกอบอาหารหรือเก็บไว้เลี้ยง. หลายคนเล่าว่า “เกิดมาเพิ่งเคยเห็นแบบนี้” จึงอยากให้สัตว์หายากทั้งสองตัวได้กลับไปใช้ชีวิตตามธรรมชาติ.
สุดท้ายชาวบ้านจึงตัดสินใจนำอึ่งเผ้าลายเสือและอึ่งเผือกไปปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำเดิม หวังให้สามารถผสมพันธุ์และขยายจำนวนต่อไปในอนาคต. เรื่องราวของอึ่งเผ้าลายเสืออึ่งเผือกหนึ่งในล้าน แห่ส่องเลขเด็ด จึงจบลงด้วยภาพของสัตว์หายากที่ได้กลับสู่ป่า ขณะที่ชาวบ้านยังเก็บความเชื่อและความหวังเรื่องโชคลาภไว้ในใจ